บุกไปรวบเจ้าอาวาสดังจังหวัดเพชรบูรณ์ที่ทำอนาจารเด็ก 15 ปี

และทางด้านคณะเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ บก.ปปป. ที่นำโดยทาง พ.ต.ท.แมน เม่นแย้ม รอง ผกก.4 บก.ป. กับ พ.ต.ท.เพชรชุมพร ศรีวะรมย์ รอง.ผกก.4 บก.ปปป. ได้มีการเดินทางไปที่วัดแห่งหนึ่งของจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมได้รุดไปที่วัดแห่งหนึ่งของ ตำบลลาดแค อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ในช่วงเช้าของวันที่ 29 พ.ย.

เพื่อที่จะทำการจับกุมพระครูรายหนึ่งได้ที่เป็นเจ้าอาวาสวัดดังกล่าวด้วย โดยทางเจ้าอาวาสวัดดังกล่าวนั้นก็ได้ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ที่ จ.2596 ได้ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 ในฐานความผิดกับข้อหากระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยที่เด็กนั้นจะยินยอมหรือว่าไม่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 279

โดยในที่เหตุเกิดเมื่อราวๆต้นเดือนเมษายน 2558 ไปจนถึงต้นเดือนเมษายน 2559 ที่วัดดังกล่าวค่ะ ทางคณะเจ้าหน้าตำรวจ บก.ปปป.ได้มีการเข้าไปทำการตรวจค้นภายในวัดก็พบเครื่องกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง และล่าสุดนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ควบคุมตัวพระดังกล่าวไว้ ทางผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาฯดังกล่าวค่ะ และได้เดินทางเข้าไปทำการสอบสวนปากคำที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางแล้วค่ะ

ชื่นชมตำรวจดอนเมืองช่วยเหลือทำ CPR ให้กับทหารที่หมดสติ

และทางด้านเพจ Facebook สถานีตำรวจดอนเมืองได้เปิดเผยคลิปเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจดอนเมืองที่ได้มีการทำ CPR ให้กับชายที่แต่งกายคล้ายกับทหารบนสะพานลอยและใน Facebook ได้ระบุว่าอื่นเถอะน้องพ่อแม่พี่น้องรออยู่กลับบ้านไปกลับก่อนอย่าทิ้งกันไปสู้ๆนะพี่ขอให้ปลอดภัยพวกพี่ก็ทำดีที่สุดแล้วอย่างน้อย

ก็ทำให้เรามีลมหายใจอีกครั้ง และเหตุการณ์ดังกล่าวทั้งด้านเจ้าที่ตำรวจจราจรสถานีตำรวจดอนเมืองได้แจ้งว่ามีพลเมืองดีบอกว่ามีชายแต่งกายคล้ายทหารเป็นลมอยู่บนสะพานลอยที่คลังน้ำมันปาล์มจึงรีบไปตรวจสอบพร้อมให้การช่วยเหลือเบื้องต้นโดยทำ CPR

จนกระทั่งชายคนดังกล่าวฟื้นคืนสติกลับมาจากนั้นก็ได้วิทยุแจ้งหน่วยกู้ภัยให้ช่วยเหลือและแจ้งรถพยาบาลนำตัวไปส่งที่โรงพยาบาลภูมิพลต่อไปค่ะ และเจ้าที่ตำรวจสถานีตำรวจดอนเมืองด้วยตรวจสอบล่าสุดได้พบว่าป่วยปลอดภัยแล้วรักษาตัวที่โรงพยาบาลญาติได้ไหมขอบคุณเจ้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ชีพที่ได้ช่วยเหลือลูกของเขาเอาไว้ด้วยค่ะ

พบร่างประธานชุมชนถูกยิง 8 นัดกลางสวนยางพารา

แล้วทางด้าน ร.ต.อ.พันธุ์ฐิติ ศิริมูล ที่เป็นรองสารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจแกลงจังหวัดระยองได้รับแจ้งว่าได้พบศพกลางสวนยางพาราได้ให้เจ้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมกับแพทย์เวรโรงพยาบาลแกลงหน่วยกู้ภัยพุทธศาสตร์สงเคราะห์แกรงค่ะ ในที่เกิดเหตุอยู่คูน้ำระหว่างร่องต้นยางพบกับร่างของนายชูศักดิ์อายุ 52 ปีเป็นประธานชุมชนหมู่บ้านนอนจมกองเลือดด้วยน้ำศพขึ้นมาตรวจสอบพบบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มมที่ศีรษะ 1 นัด

และอบราวนมซ้าย 1 นัดราวนมขวา 1 นัดลำตัว 3 นัดต้นขาขวา 1 นัดกลางหลัง 1 นัดค่ะ พร้อมทั้งพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มมตก 8 ปลอกเก็บไว้เป็นหลักฐานระหว่างที่ร่องสวนยางพาราก็ยังพบเลือดเป็นทางคาดว่าเมื่อถูกยิงแล้วผู้เสียชีวิตน่าจะมีเอาชีวิตรอดก่อนจะล้มและเสียชีวิตค่ะ เมื่อได้สอบถามนายสำราญที่มีบ้านอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุได้ทราบว่าได้ยินเสียงปืนดังเวลา๓บริการหลายนัดแต่ก็ไม่ได้ออกมาดูเพราะอยู่ในช่วงกลางคืนรอจนเช้าก็มีคนมาแจ้งเหตุค่ะ

เจ้าที่ตำรวจได้ให้ทางบ้านชุดสืบสวนหาข่าวในเรื่องการสังหารพบว่าส่วนอย่างที่เกิดเหตุมีบ้างขายกระท่อม 1 หลังแต่ไม่มีคนอยู่สอบถามลูกผู้เสียชีวิตจะทราบว่านายชูศักดิ์ได้ออกจากบ้านมากรีดยางเวลาประมาณ 02.30 นาทีทุกวันรายเดือนก่อนมีเรื่องกับคนใกล้ตัวมีการไปทุบทำลายมิเตอร์น้ำประปาที่หน้าบ้านของผู้เสียชีวิตจะมีปากเสียงกันจนกระทั่งถูกยิงตายคาส่วนอย่างเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งตามคนร้ายเพื่อมาสอบสวนคดีค่ะ

ผกก.หนุ่มทำโฆษณาขายรถเก่าอายุกว่า 20 ปีให้แฟนสาว

และทางด้านสำนักข่าวต่างประเทศได้มีการรายงานว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีคลิปวิดีโอโฆษณาที่ต้องการขายรถคันเก่าคันหนึ่งจนกลายเป็นกระแสไวรัลไปทั่วโลกเลย เพราะว่างานโฆษณาดังกล่าวนั้นได้ออกมาดูดีและก็ไม่ต่างอะไรกับโฆษณาขายรถรุ่นใหม่ทั่วๆไปเลยค่ะ ทำให้ดึงดูดความสนใจอย่างมาก จนล่าสุดนั้นมีผู้สนใจซื้อรถคันดังกล่าวเป็นจำนวนมากเลย จนทำให้ต้องเปิดการประมูลขาย ผู้ใช้ยูทูปของช่อง FulariousTV ก็ได้โพสต์คลิปวิดีโอที่ชื่อว่า Used Car Commercial 1996 Honda Accord

หรือว่าการโฆษณาขายรถใช้แล้ว ของฮอนด้า แอคคอร์ด ปี 1996 หลังจากที่ได้มีการเผยแพร่ออกไปปรากฏว่ามีผู้ชมมากกว่า 5 ล้านครั้งเพียงแค่ไม่กี่วันเท่านั้น สำหรับคลิปโฆษณาดังกล่าวก็เริ่มต้นขึ้นด้วยว่า “แฟนของผมนั้นต้องการขายรถของเธอ ผมจึงได้ช่วยเธอนั้นทำภาพยนตร์โฆษณาชิ้นนี้ขึ้นมา สำหรับคลิปโฆษณาที่มีความยาวประมาณ 1 นาที ก็ได้โชว์ภาพของรถคันดังกล่าวที่ต้องการขาย

มาพร้อมกับออฟชั่นดั้งเดิมของรถด้วย พร้อมกับมีเสียงบรรยายนางแบบที่ขับรถคันดังกล่าวของโฆษณา อย่างไรก็ตามนั้น รถคันดังกล่าวก็ยังระบุว่าเป็นรถฮอนด้า แอคคอร์ค รุ่นปี 1996 ที่วิ่งมาแล้วกว่า 227,000 กิโลเมตร ในการประกาศราคาขายก็เริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 16,000 บาท แต่แล้วก็ปรากฏว่าหลังจากโฆษณาดังกล่าวเผยแพร่ออกไปนั้น ก็ทำให้ยอดประมูลพุ่งสูงไปเกือบ 5 ล้านบาทเลย ทำให้ผู้จำหน่ายจำเป็นที่จะต้องหยุดการประมูลออกไปก่อนค่ะ

ชาวบ้านปั๊มหัวใจช่วยชีวิตหนุ่มโดนไฟช็อต

และในวันที่ 29 ต.ค. ทางด้านผู้สื่อข่าวได้มีการรายงานว่า ได้เกิดเหตุไฟไหม้ที่บ้านเลขที่ 86 ตำบลหนองตูม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น และก็เป็นบ้านปูนกึ่งไม้สองชั้นของนางไป อายุ 70 ปี ก่อนที่ได้เกิดไฟไหม้นั้นก็ได้ยินเสียงดังขึ้นที่ชั้นบนของตัวบ้านจากนั้นควันก็ยังได้พุ้งกระจายส่งกลิ่นเหม็น และประกอบกับมีลมกรรโชกแรงทำให้เชื้อเพลิงเป็นไม้เก่าอย่างดีด้วย เพลิงจึงได้ลุกไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็วทางเจ้าของบ้านจึงได้ร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน ก่อนที่รถดับเพลิงของทางเทศบาลตำบลโคกสีและของเทศบาลตำบลบ้านขามและที่ใกล้เคียงนั้นจะมาถึงที่เกิดเหตุ

กับสายไฟฟ้าที่ถูกไฟไหม้ขาดที่ได้ตกลงพื้นบ้านประกอบกับลืมได้ยกคัทเอ้าท์ไฟฟ้า โชคร้ายจึงทำให้ นายบุญจันทร์ ซึ่งกำลังได้ถือถังน้ำเพื่อที่จะเข้าไปช่วยดับไฟไหม้ที่ชุลมุน กลับทำให้ถูกไฟฟ้าดูดจนนอนหมดสติไป ทำให้เพื่อนบ้านได้ยกคัทเอ้าท์และก็นำร่างออกมาช่วยกันปั้มหัวใจค่ะ ซึ่งหลายนาทีก่อนรถพยาบาลมาถึงจะนำตัวนั้นไปส่งโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น เบื้องต้นนั้นอาการก็ปลอดภัยแล้ว เช่นเดียวกันกับนายณรงชัย ที่ในขณะดับไฟไหม้ของบนบ้านชั้นสองอยู่นั้น

ก็ได้เกิดพลาดท่าเหยียบพื้นบ้านแล้วได้หักตกลงมาชั้นล่างจนได้รับบาดเจ็บที่บริเวณขามีบาดแผลและก็ทำให้สะโพกพกซ้ำ จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย หลังจากที่รถดับเพลิงของเทศบาลใกล้เคียงนั้นมาถึงก็ได้ระดมช่วยกันดับไฟไหม้ เขาได้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เพลิงจึงได้สงบลง และปรากฏว่าชั้นสองของบ้านนั้นได้ถูกไฟไหม้จนหมด กับมูลค่าเสียหายประมาณ 500,000 บาท ที่ส่วนสาเหตุก็คาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรและทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานก็ได้หาข้อเท็จจริงต่อไปค่ะ

ภาพพิธีจำเริญน้ำเครื่องสดประดับพระจิตกาธาน

และในวันที่ 27 ตุลาคมทางด้าน Facebook ของคุณวาสนา นาน่วม ที่เป็นผู้สื่อข่าวสายทหารได้มีการโพสต์ภาพพร้อมกับข้อความที่ระบุว่ากองทัพเรือได้ใช้เรือขส.ทร. 1214 กับ ขส.ทร.1132 ที่ได้มีการนำเจ้าที่สํานักพระราชวังได้ไปลอยเครื่องสดประดับพระจิตกาธานตามประเพณีค่ะ

ซึ่งในช่วงเช้าทางด้านสำนักพระราชวังได้มีการอัญเชิญเครื่องสดที่ประดับพระจิตกาธานที่พระเมรุมาศของในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ไปลอยในแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าพระบรมมหาราชวังซึ่งได้ใช้เรือ ขส.ทร. 1214 กับ ขส.ทร.1132 สำหรับการอัญเชิญเครื่องสดบางส่วนจากการถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

เพื่อไปจำเริญรอยน้ำเป็นประเพณีพิธีโบราณของบรรดาช่างหลวงและถือเป็นการเสร็จสิ้นในการทำงานเครื่องสดถวายค่ะ สำหรับพิธีแต่ละอย่างนั้นดูเป็นพิธีที่หาชมได้ยากมากๆ ดังนั้นแล้วทุกท่านก็อย่าลืมติดตามชมประเพณีนี้กันด้วยนะคะ

โศกนาฏกรรมฆ่ายกครัวอดีตเขยรัวยิงก่อนดับชีวิตตนเอง

และในวันที่ 24 ตุลาคมในช่วงเช้าที่ผ่านมาทางด้านพันตำรวจโทไพศาล ขุนณรงค์ ซึ่งเป็นสารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจโคกคราม จังหวัดสมุทรสาคร ได้รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันเสียชีวิตอยู่ที่หมู่บ้านสวนปาล์ม ที่ตำบลโคกขาม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร และมีการรายงานให้กับผู้บังคับบัญชาได้ทราบจึงได้เข้าไปตรวจสอบพร้อมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแพทย์ของโรงพยาบาลสมุทรสาครค่ะ ในที่เกิดเหตุอยู่ที่ห้องนอนชั้นล่างในห้องมีเลือดนองเต็มพื้นพบศพนายเยิ้มอายุ 67 ปีนางสมพรอายุ 60 ปีนางสาววลีรัตน์อายุ 33 ปีนายวรเดชอายุ 33 ปีและยังพบอาวุธปืนขนาด 9 มม 1 กระบอก

อาวุธปืนขนาด .38 จำนวน 2 กระบอกค่ะ และด้านนอกห้องมีปลอกกระสุนกระจายเกลื่อนมีรอยเลือดเป็นทางนอกจากนี้ยังมีเด็กหญิงอายุ 3 ปีถูกยิงได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าขาด้านซ้ายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสมุทรสาคร เมื่อได้สอบถามนายอิสระ พร อายุ 37 ปีเป็นลูกชายของนายเยิ้มได้เราว่าคนก่อเหตุเป็นน้องเขยคือนายวรเดชสาเหตุจากปัญหาครอบครัวเพราะทะเลาะกับน้องสาวแล้วได้แยกกันอยู่มาประมาณเดือนแล้วและยังกลับมาข่มขู่เป็นประจำเนื่องจากน้องสาวมีปัญหากับแม่ของนายวรเดชค่ะ ในขณะที่พยานที่เห็นเหตุการณ์ได้เผยว่าก่อนเกิดเหตุเห็นนายวรเวชได้มาตะโกนเรียกแฟนที่หน้าบ้านจากนั้นประมาณ 10 นาที

ก็ได้กระโดดข้ามรั้วเข้ามาในบ้านแต่ก็ไม่มีใครเปิดซึ่งถีบประตูบ้านเข้ามาประมาณ 5 นาทีก็มีเสียงโวยวายและมีเสียงดังเหมือนดังขึ้นประมาณ 10 นาทีมีเสียงร้องตะโกนขอความช่วยเหลือแต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปจนกระทั่งเงียบมีเสียงผู้หญิงร้องไห้สักพักเห็นนายวรเวชเดินมาที่รถอีกรอบแล้ววิ่งเข้าไปข้างในบ้านพร้อมกับเสียงปืนดังขึ้นอีก 2 นัดและเสียงร้องสะอื้นก็เงียบไป เจ้าที่ตำรวจได้กล่าวว่าจากการสอบสวนเบื้องต้นสาเหตุน่าจะมาจากปัญหาครอบครัวเพราะสังคมในแยกกันอยู่สามีมาตามง้อฝ่ายหญิงแต่ก็ไม่ยอมเลยอาจจะบันดาลโทสะก่อเหตุขึ้นซึ่งจะได้สอบข้อเท็จจริงกับพยานอีกครั้งค่ะ

จบด้วยดีกับ 2 สาวไต้หวันได้มาขอโทษเจ้าของร้านทำผมแล้ว

และจากกรณีที่ผู้ใช้ facebook แจ็คฟีนิกซ์ซึ่งเป็นเจ้าของร้านตัดผมย่านสยามสแควร์ได้มีการโพสต์คลิปเหตุการณ์สองสาวชาวไต้หวันที่ไม่ยอมจ่ายเงินค่าทำผม 250 บาทอ้างว่าทางร้านได้ใช้น้ำเย็นสระผมให้และนั่งอยู่เฉยเฉยจนร้านปิดทางเจ้าของร้านแจ้งให้พนักงานออกจากร้านและจะทําทั้งสองสาวเอาไว้หลังจากที่ได้โต้เถียงกันอยู่นานสาวเสื้อขาว

ก็ยอมจ่ายเงิน 250 บาทก่อนที่จะออกจากร้านไปค่ะ ล่าสุดนั้นทางด้าน facebook แจ็คฟีนิกซ์กรณีการไลฟ์สดผ่านเฟสบุ๊คเป็นเหตุการณ์ที่ 2 สาวชาวไต้หวันได้เข้ามาแสดงความขอโทษที่ร้านหลังจากเกิดเหตุดังกล่าวซึ่งได้กล่าวผ่านร่างว่าทั้งสองคนอาจจะไม่เข้าใจวัฒนธรรมของคนไทยที่ใช้น้ำเย็นในการสระผมกับวิธีในการพูดจาที่ไม่ดีจึงอยากที่จะขอโทษค่ะ ทางด้านคุณแจ๊คเจ้าของร้านก็ได้กล่าวว่าต้อนรับพนักงานก็จะต้องขอโทษกับการบริการ

ที่ไม่ค่อยจะเต็มร้อยแต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วก็ทำทุกอย่างที่เกิดขึ้นไปปรับปรุงแก้ไขซึ่งในครั้งนี้ตนเองก็จะให้อภัยและไม่ถือสาอะไรขอให้ทั้งสองคนจะไปทำแบบนี้ที่ไหนอีกพร้อมชี้แจงว่าที่จริงแล้วทางร้านก็ได้ใช้เงินในการสระผมให้แต่ในวันนั้นที่ต้องส่องสาวมาทางร้านปิดเครื่องทำน้ำอุ่นไปแล้วค่ะ และทั้งสองสาวชาวไต้หวันแนะนำสิ่งของมามอบให้กับคุณจักรเพื่อแสดงความขอโทษระบุว่าพวกตนนั้นรักเมืองไทยและชอบเมืองไทยถ้ามีโอกาสก็จะมาเที่ยวอีกค่ะ

 

ปรากฏการณ์ทอร์นาโดไฟขณะเกิดไฟไหม้ป่าที่โปรตุเกส

ทางด้านเว็บไซต์เดลี่เมล์ของประเทศอังกฤษรายงานว่าที่สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นของโปรตุเกสด้วยการเผยแพร่ภาพไฟป่าที่เกิดขึ้นบริเวณเมืองอาร์กานิล ที่ได้เกิดปรากฏการณ์ทอร์นาโดไฟที่ดูน่าสะพรึงมากชาวบ้านในท้องถิ่นเหนือเรียกว่าไฟปีศาจในช่วงคืนวันเสาร์ที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นค่ะ

และทางการโปรตุเกสได้ระดมแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 1000 คนลงพื้นที่ต่อสู้กับไฟป่าที่เกิดขึ้นถึง 5 จุดทั่วประเทศและในปีนี้โปรตุเกสได้เผชิญกับไฟป่าหลายครั้งเนื่องจากสภาพอากาศที่แห้งแล้งและในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาก็มีผู้เสียชีวิตกว่า 64 คนจากไฟป่าถือว่าเป็นครั้งแล้วดังที่สุดของโปรตุเกสเลยก็ว่าได้

และทอร์นาโดไฟยังเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่าสะพรึงเกิดขึ้นไม่บ่อยเท่าไหร่โดยจากอุณหภูมิที่ร้อนจัดและมีกระแสลมแรงที่พัดไปกับไฟป่ากับฝนทำให้เกิดการหมุนเป็นเกลียวคล้ายกับทอร์นาโดและหอบเปลวไฟขึ้นไปกับความเร็วสูงประมาณ 30 ถึง 200 ฟุตปรากฏการณ์นี้มีเพียงแค่ไม่กี่นาทีแต่หากกระแสลมแรงจะปรากฏให้เห็นเป็นเวลานานกว่านั้นอีกค่ะ

ขนมไหว้พระจันทร์ยักษ์ของเทพธิดาฉางเอ๋อเหินสู่ดวงจันทร์

และทางด้านสื่อประเทศจีนได้ออกมาเผยเทศกาลวันไหว้พระจันทร์ที่ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติของประเทศจีนซึ่งตรงกับวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมาที่เขาเหล่าจวินซาน เมืองเหอหนาน มณฑลเหอหนาน ได้มีการทำขนมไหว้พระจันทร์สีเหลืองกลิ่นหอมที่มีจำนวนกว่า 8150 ชิ้น

มาประกอบจัดทำเป็นขนมไหว้พระจันทร์ขนาดใหญ่ยักษ์ที่มีลวดลายเทพธิดาฉางเอ๋อเหินสู่ดวงจันทร์ และก็มีมวลชนนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาชมกันเป็นจำนวนมากหลังจากที่ได้มีการจัดแสดงให้ชมกันแล้วนั้นก็มีการแจกจ่ายขนมไหว้พระจันทร์ให้กับมวลชนได้มีการลิ้มลองกันอีกด้วยค่ะ

สำหรับเทศกาลไหว้พระจันทร์นั้นก็มีตำนานและเรื่องราวที่เกี่ยวพันกันไม่น้อยซึ่งก็โด่งดังเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายเห็นจากตำนานของเทพธิดาฉางเอ๋อเหินสู่ดวงจันทร์ เป็นเรื่องราวที่ฉางเอ๋อที่เป็นสาวผู้งามกินยาอายุวัฒนะของเจ้าแม่ซีหวังหมู่แล้วกลายเป็นเทพธิดาอมตะแห่งดวงจันทร์นั่นเองค่ะ