ขนมไหว้พระจันทร์ยักษ์ของเทพธิดาฉางเอ๋อเหินสู่ดวงจันทร์

และทางด้านสื่อประเทศจีนได้ออกมาเผยเทศกาลวันไหว้พระจันทร์ที่ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติของประเทศจีนซึ่งตรงกับวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมาที่เขาเหล่าจวินซาน เมืองเหอหนาน มณฑลเหอหนาน ได้มีการทำขนมไหว้พระจันทร์สีเหลืองกลิ่นหอมที่มีจำนวนกว่า 8150 ชิ้น

มาประกอบจัดทำเป็นขนมไหว้พระจันทร์ขนาดใหญ่ยักษ์ที่มีลวดลายเทพธิดาฉางเอ๋อเหินสู่ดวงจันทร์ และก็มีมวลชนนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาชมกันเป็นจำนวนมากหลังจากที่ได้มีการจัดแสดงให้ชมกันแล้วนั้นก็มีการแจกจ่ายขนมไหว้พระจันทร์ให้กับมวลชนได้มีการลิ้มลองกันอีกด้วยค่ะ

สำหรับเทศกาลไหว้พระจันทร์นั้นก็มีตำนานและเรื่องราวที่เกี่ยวพันกันไม่น้อยซึ่งก็โด่งดังเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายเห็นจากตำนานของเทพธิดาฉางเอ๋อเหินสู่ดวงจันทร์ เป็นเรื่องราวที่ฉางเอ๋อที่เป็นสาวผู้งามกินยาอายุวัฒนะของเจ้าแม่ซีหวังหมู่แล้วกลายเป็นเทพธิดาอมตะแห่งดวงจันทร์นั่นเองค่ะ

เหยื่อให้การอ้างว่าพี่ชายดาราดังร่วมกับเด็กชาย 4-5 คน ในการรุมโทรม

และทางด้านเจ้าที่ตำรวจสถานีตำรวจโชคชัยได้มีการรับการประสานจากตำรวจสถานีตำรวจเมืองหนองคายเพื่อให้ไปรับตัวยนายศุภกร อายุ 46 ปีที่เป็นพี่ชายของนักแสดงชื่อดังและยังเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา 21 กันยายนกับข้อหาร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นและข้อหาอื่นค่ะ และพฤติกรรมทางคดีผู้เสียหายรู้จักกับแฟนหนุ่มทาง facebook ในวันที่ 26 กรกฎาคมแฟนหนุ่มก็ได้ชักชวนผู้เสียหาย

ไปนั่งเล่นที่ห้องของนายศุภกรที่ condominium แห่งหนึ่งในซอยนาคนิวาส 45 แล้วจากนั้นผู้ต้องหาก็ได้ไล่แฟนหนุ่มออกจากห้องและคำพูดที่หายไปในห้องก่อนจะกระทำชำเราผู้เสียหาย 1 ครั้งและอีกครั้งในวันที่ 2 กันยายนค่ะ แล้วทางผู้เสียหายอ้างว่านายศุภกรให้กลุ่มเด็กผู้ชายที่ผู้ต้องหารู้จักประมาณ 4-5 คนร่วมกันรุมโทรมพร้อมทั้งถ่ายภาพผู้เสียหายไว้จำนวนมากหลังจากมารดาของผู้เสียหาย

ทราบเรื่องได้ถ้าแจ้งความดำเนินคดีก่อนที่ศาลจะออกหมายจับและตำรวจสถานีตำรวจหนองคายได้จับกุมนายศุภกรเอาไว้ได้ค่ะ มอเตอร์สอบสวนเบื้องต้นนายศุภกรให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ก่อเหตุล่วงละเมิดหญิงสาวได้ยืนยันว่าไม่ได้หลบหนีแต่ตั้งใจเดินทางมาซ่อมบ้านให้ยายที่จังหวัดหนองคายโดยข้อหาถูกแจ้งนั้นจะขอสู้คดีและให้การในชั้นสอบสวนยอมรับว่าเคยถูกจับใน

รวบพลทหารจี้ชิงทอง 5 บาทที่สระบุรี

ทางด้านพลตำรวจตรีธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ซึ่งเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้มีการแถลงผลการจับกุมนายภานุวัฒน์ อายุ 21 ปีเป็นชาวจังหวัดสระบุรีซึ่งเป็นพลทหารของสังกัด 1 ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลมณฑลทหารบกวันที่ 19 กันยายน 2560 กับข้อหาชิงทรัพย์โดยมีอาวุธหรือใช้อาวุธปืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อที่จะกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปเพื่อให้พ้นจากการจับกลุ่มมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตพกพาอาวุธปืนติดตัวไปในตัวเมืองค่ะ

กรณีในวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมานายภานุวัฒน์เขาได้ก่อเหตุชิงสร้อยคอทองคำจำนวน 2 เส้นหนัก 5 บาทจากร้านทองบรรเจิดจังหวัดสระบุรีพร้อมพยายามที่จะวิ่งหลบหนีออกจากร้านแต่ประตูร้านปิดล็อกไว้นายภานุวัฒน์ได้ใช้อาวุธปืนลูกโม่ขนาด .32 ยิงประตูจำนวนหนึ่งนาทีจนกระจกประตูแตกแล้ววิ่งหนีขึ้นรถยนต์ขับออกไป หลังจากเกิดเหตุเจ้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดล่าสุดหาข้อมูลจะทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นนายภานุวัฒน์ได้หลบหนีไปกบดานอยู่ที่จังหวัดระยอง

พร้อมกับนำกำลังไปตรวจสอบและสามารถจับนายภานุวัฒน์ยึดเงินได้จากการขายทองที่เหลือ 30,700 บาท ค่ะ มอเตอร์สอบถามนายภานุวัฒน์เขาได้ระบุว่าเขาเป็นพลทหารอีก 6 เดือนจะปลดประจำการได้ก่อเหตุชิงทองเพราะว่ามีปัญหาเรื่องการกู้ยืมเงินจากเพื่อนมาประมาณ 20000 บาทเนื่องจากเขาเป็นคนใช้เงินฟุ่มเฟือยชอบเที่ยวหรือดื่มสุรา หลังจากที่ได้แถลงข่าวเสียงใต้คุมตัวนายอนุวัฒน์ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุเป็นร้านทองบรรเจิดก่อนคุณตัวส่งพนักงานเพื่อดำเนินคดีต่อไปคะ

บ้านถล่มลงทะเลสาว ม.บูรพาหนีไม่ทันเสียชีวิต

ในวันที่ 22 สิงหาคมทั้งด้านผู้สื่อข่าวเด่นการรายงานว่าทางด้านพันตำรวจโทพศวัต ศิริพรนพคุณ ซึ่งเป็นสารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจสัตหีบได้รับแจ้งว่าที่บ้านเรือนประชาชนบริเวณถนนเลียบชายทะเลและภายในสะพานป่าประเทือง อำเภอสัตหีบ กรณีการทรุดตัวลงถล่มไปในทะเลทำให้มีผู้สูญหายและได้รับบาดเจ็บหลายรายได้ในการเร่งตรวจสอบในที่เกิดเหตุค่ะ ส่งได้พบเป็นบ้านเรือนไม้เก่าอายุร 10 ปีได้ยื่นจากฝั่งลงไปในทะเลประมาณ 30 เมตรตัวเสาฐานบ้านเป็นตัวสลับหมายและสภาพทางเป็นอย่างมากตัวบ้านได้ถล่มพังลอยอยู่ในทะเล

เบื้องต้นนั้นมีผู้ติดค้างอยู่ในซากปรักหักพังด้วยค่ะ ทางด้านตอนที่กู้ภัยได้ช่วยเหลือนำตัวขึ้นมาและหมดสติคาดว่าจะจมน้ำนานเป็นเวลานานคือนางสาวปุณยนุชอายุ 24 ปีเพิ่งเรียนจบในระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยบูรพาจังหวัดชลบุรีเจ้าหน้าที่ที่ทำการปั๊มหัวใจเพื่อที่จะยื้อชีวิตก่อนจะเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลแต่ว่าเสียชีวิตในเวลาต่อมาค่ะ สำหรับผู้อยู่อาศัยที่ได้พลัดตกลงไปทะเลอีก 300 ก็คือนางศิริพรอายุ 62 ปีซึ่งเป็นมารดานายวรินทร อายุ 26 ปีกับน้องเดียร์ วัย 7 ขวบซึ่งเป็นบทสาวของนายวรินทร

เบื้องต้นนั้นนายวรินทรได้ช่วยเหลือมารดาและบุตรสาวขึ้นมาได้อย่างปลอดภัยและได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้นส่วนนางสาวปุณยนุชน้องสาวของนายวรินทรนั้นไม่อาจจะช่วยเหลือขึ้นมาได้ทันค่ะ และนายวรินทรก็ได้เล่าว่าในขณะเกิดเหตุส่งเสียงดังหลายครั้งทำให้นางสาวปุณยนุชน้องสาวกลัวจึงได้ออกไปจากตัวบ้านเพื่อไปนอนบ้านญาติใกล้เคียงแต่ว่าลืมนำสิ่งของออกมาจึงกลับเข้าไปเอาค่ะ และทันใดนั้นต่อบ้านก็ได้ส่งเสียงดังก่อนถล่มลงไปในทะเลอย่างรวดเร็วพร้อมกับทุกคนที่กำลังสาละวนส่งผลให้น้องสาวที่เพิ่งเรียนจบอนาคตไกลจะต้องมาด่วนจากไปค่ะ

เด็กสาวกระโดดบันจี้จัมพ์ร่างหลุดออกจากเชือก

ทางด้านสำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่าที่โลกออนไลน์ได้ให้ความสนใจกับภาพเหตุการณ์ที่ดูน่าหวาดเสียวและตกใจที่มีคนแชร์กันเป็นอย่างมากเป็นภาพกิจกรรมกระโดดบันจี้จัมพ์ที่แห่งหนึ่งที่ใกล้กับเมืองหลวงของประเทศจีนในระหว่างที่ผู้เล่นได้ทิ้งตัวลงมาจากแรงโน้มถ่วงของโลกซึ่งปรากฏว่าในจังหวัดที่ 3 หลังจากที่จะกระโดดลงมาร่างได้หลุดออกจากเชือกที่มันเอาไว้ค่ะ แรงงานได้รับปุ๋ยกว่าเหตุเกิดขึ้นในวันที่ 18 สิงหาคม

ที่ผ่านมาบริเวณลานกิจกรรมที่ย่านสารทางบริเวณนอกเมืองกรุงปักกิ่งนักท่องเที่ยวพัทยากันขึ้นไปเล่นเสียงตาในกิจกรรมกระโดดบันจี้จัมพ์กับความสูงประมาณ 200 เมตรซึ่งมีทะเลสาบรองรับอยู่ที่ด้านล่าง และคริบที่ได้มีการแชร์ต่อกันเคยเห็นนาทีที่นักท่องเที่ยวสาววัยรุ่นได้กระโดดโรยตัวลงมาจากฐานบันจี้จัมพ์ลงมาปกติเชือกได้กระตุกครั้งแรกผ่านไปได้ด้วยดีครั้งที่ 2

ก็ยังน่าพอใจแต่เมื่อกระตุกครั้งที่ 3 ร่างของนักท่องเที่ยวได้หลุดออกจากเชือกทำให้ร่วงตกลงไปทะเลสาบท่ามกลางเสียงกรีดร้องของผู้ที่พบเห็น เบื้องต้นได้มีการรายงานว่านักท่องเที่ยวสาววัยรุ่นคนดังกล่าว เธออายุเพียงแค่ 17 ปีและเธอไม่ได้รับบาดเจ็บและเป็นอันตรายได้มีการสั่งปิดเรียนกระโดดวันที่จำเอาไว้ชั่วคราวเพื่อตรวจสอบและหามาตรฐานของความปลอดภัยต่อไปค่ะ

ตำรวจสเปนล่าตัวผู้ก่อการร้ายขับรถชนในบาร์เซโลน่า

ทางด้านสำนักข่าวต่างประเทศได้มีการรายงานว่าตำรวจประเทศสเปนได้มีการเผยแพร่ภาพของนายยูเนส วัยรุ่นชาวโมร็อกโกวัย 22 ปีและก็เชื่อว่าเป็นผู้ขับรถตู้พุ่งใส่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ใจกลางนครบาร์เซโลนาทำให้เป็นเหตุมีผู้เสียชีวิต 14 คนรวมไปถึงชาวต่างชาติในช่วงเย็นของวันพฤหัสที่ผ่านมาทางด้านตำรวจสเปนมั่นใจว่าเขายังมีชีวิตอยู่และจะดำเนินการติดตามตัวมาเพื่อมาดำเนินคดีต่อไปค่ะ และนายมูซาที่เป็นชาวโมร็อกโก

เหมือนกันซึ่งต้องสงสัยว่าเป็นคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุที่นครประสิทธิ์หัวหน้าทางด้านจะให้ตำรวจไปพบว่าเป็นเพียงผู้ที่ทำหน้าที่เช่ารถคันดังกล่าวและใช้เอกกสารประจำตัวของพี่ชายค่ะ ราตำรวจได้พบว่าอุคคาเบอร์เป็นหนึ่งในห้าคนร้ายที่ถูกวิสามัญฆาตกรรมในขณะก่อเหตุขับรถพุ่งชนคนในเมืองกรัมบิล

ซึ่งอยู่ใกล้ใกล้กับเมืองบาร์เซโลนาในช่วงเวลาประมาณตีหนึ่งของวันศุกร์ที่ผ่านมาเหตุการณ์อากาศมีผู้ได้รับบาดเจ็บหกคนแต่ว่าไม่มีผู้เสียชีวิตค่ะ และในขณะนี้ตำรวจสเปนก็ได้มีการควบคุมผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีเมืองบาร์เซโลนาและเมืองกรรมเร็วจำนวน 4 คนเป็นชาวโมรอกโก3 คนชาวสเปน 1 คนอายุประมาณ 21 ถึง 34 ปีทั้งหมดไม่เคยมีประวัติเกี่ยวกับการก่อการร้ายค่ะ

ศรีวราออกมาเผยข้อมูลยังไม่พบพระธัมมชโยที่ยุโรป

ทางด้านพลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ซึ่งเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้มีการเปิดเผยกับชุดสอบสวนตำรวจว่ายังมีการรายงานถึงพระธัมมชโยที่ได้หลบหนีไปกบดานที่แถบยุโรป ที่ได้ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง และได้ยอมรับว่าทางด้านกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือว่า dsi

แจ้งหน้าในการแกะรอยชำรุดมากกว่าตำรวจแต่ว่าส่วนตัวก็เชื่อว่าพระธัมมชโยยังหลบหนีอยู่ในราชอาณาจักรไทยค่ะ ในกรณีที่มีข่าวบอกว่าได้หนีผ่านแนวชายแดนก่อนจะไปกบดานในประเทศแถบยุโรปมีลูกศิษย์ช่วยเหลือทางด้านพันตำรวจเอกไพสิฐ วงศ์เมือง ซึ่งเป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือยัง

ได้เผยว่าได้พบข่าวแบบนี้ 4 ในขณะนี้ก็ได้ให้ชุดสืบสวนติดตามอยู่ว่าอยู่ที่ประเทศใดถ้าหากมีความชัดเจนในเรื่องนี้จะส่งถึงอัยการให้กับต่างประเทศประสานขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนทันทีและทางด้านนายองอาจธรรมนิทาโฆษกกลุ่มวัดพระธรรมกายก็ได้อ่ะไม่มีข้อมูลเรื่องนี้และก็ไม่ได้พบกับพระธัมมชโยนานแล้วค่ะ

เชื่อในบารมีหลวงพ่อโตชาวสิงคโปร์ถวายเงินหลังดวงเฮงถูกหวยนับล้าน

ในวันที่ 7 สิงหาคมทางด้านผู้สื่อข่าวได้มีการรายงานว่าที่วัดนาทวี อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา นายจิมมี่ที่เป็นคนชาวสิงคโปร์พร้อมกับญาติและกลุ่มเพื่อนได้มีการนำเงินสดกว่า 4 แสนบาทมาถวายเพื่อทำบุญกับพระครูสุวัฒนาภรณ์ หรือ อาจารย์ภัตร อริโย ที่เป็นเจ้าอาวาสวัดนาทวีใช้ในการก่อสร้างหลวงพ่อโตองค์ใหญ่วัดนาทวี

เพื่อให้เสร็จในขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างค่ะ หลังจากที่ก่อนหน้านี้นะนายจิมมี่เขาได้เดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดสงขลาและได้ไปกราบสักการะหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ภายในวัดนาทวีที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างพร้อมทั้งบนบานศาลกล่าวขอให้มีโชคมีลาภก้อนใหญ่ปรากฏว่าเมื่อกลับไปยังประเทศสิงคโปร์เขาถูกหวยสิงคโปร์หลายล้านบาทเลยค่ะ

ต่อมานั้นเขาตั้งใจจะนำเงินจำนวนกว่า 4 แสนบาทมาถวายที่วัดนาทวีเป็นการสมทบทุนในการก่อสร้างหลวงพ่อโตให้แล้วเสร็จ ซึ่งก็เชื่อว่าเขาเองมีโชคลาภที่ถูกหวยจากบารมีหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ที่เคารพนับถือจึงได้นำเงินส่วนหนึ่งมาทำบุญและแก้บนตามที่ได้อธิษฐานไว้เพื่อร่วมสร้างหลวงพ่อโตค่ะ

หลานทำตุ๊กตาหลุดมือน้าช่วยเก็บก่อนจมน้ำดับ

ทางด้านร้อยตำรวจเอกนายแพทย์จิ๋วแหยม ซึ่งเป็นรองสารวัตรสถานีตำรวจพัฒนานิคมอำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุว่ามีผู้จมน้ำเสียชีวิตที่ท้ายเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ตำบลหนองบัวอำเภอพัฒนานิคมและยังไม่สามารถที่จะนำศพขึ้นมาจากเขื่อนได้จึงได้มีการรายงานให้กับผู้บังคับบัญชาได้ทราบพร้อมกับได้ประสานแพทย์เวรอาสาสมัครกู้ภัยพร้อมนักประดาน้ำให้ร่วมเดินทางมายังที่เกิดเหตุค่ะ ในที่เกิดเหตุบริเวณท้ายเขื่อนได้พบญาติของผู้เสียชีวิตร้องไห้

และได้กล่าวว่าถ้าครอบครัวเดินทางมาเที่ยวพักผ่อนในช่วงวันหยุดในขณะที่กำลังสนุกสนานตุ๊กตายางล้อล้มลุกอัดลมรูปปลาวาฬกับกระแสลมได้พัดปลิวลงไปในเขื่อนในขณะเดียวกันนั้น นายนำพลอายุ 26 ปีผู้เสียชีวิตที่เป็นน้าชายได้กระโดดน้ำลงไปเพื่อเก็บตุ๊กตาโดยลมได้พัดตุ๊กตาออกจากฝั่งไปประมาณ 30 เมตรซึ่งอาจนำผลก็ไม่ได้ยอมลดละความพยายามว่ายน้ำไปเก็บตุ๊กตาให้สุดท้ายหมดแรงพยายามตะเกียกตะกายร้องให้คนบนฝั่งช่วยแต่ไม่มีใครสามารถลงไปช่วยได้เขาจึงจมน้ำหายไปต่อหน้าต่อตาญติๆค่ะ

และนักประดาน้ำพร้อมกับอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยได้ลงไปงมหาแบบปูพรมเพราะว่าน้ำลึกและกระแสน้ำแรงต้องใช้เวลาค้นหาหลายชั่วโมงจนพบศพนายนำพลที่ถูกน้ำพัดออกจากฝั่งไปไกลกว่า 50 เมตรจากการชันสูตรพลิกศพคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมงซึ่งร้อยเวรเจ้าของคดีได้นำร่างของผู้เสียชีวิตส่งพิสูจน์สาเหตุที่โรงพยาบาลอีกครั้งก่อนที่จะมอบให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลต่อไปค่ะ

แม่หอบลูก 4 คนหนีออกจากรถติดแก๊สเพลิงลุกใหม่

ในคืนของวันที่ 27 กรกฎาคมทางด้านเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างเบญจธรรม จังหวัดสมุทรสงคราม ได้รับแจ้งว่าได้เกิดเหตุไฟไหม้รถเก๋งเหตุการณ์เกิดบริเวณถนนพระราม 2 ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 29 ฝั่งขาเข้า ในพื้นที่ตำบลบางขันแตกอำเภอเมืองจังหวัดสมุทรสงครามซึ่งได้มีการประสานรถดับเพลิงเทศบาลเมืองสมุทรสงครามเข้าไประงับเหตุ ในที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์ suv mitsubishi space wagon สีบรอนซ์เงินที่มีเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็วบริเวณส่วนเครื่องยนต์ด้านหน้ารถซื้อรถคันดังกล่าวนั้นได้ติดตั้งระบบแก๊ส lpg เป็นเชื้อเพลิงและได้ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงได้ค่ะ

และนางศศิธรอายุ 38 ปีเจ้าของรถกับเจ้าของคาร์แคร์คลองเขตเทศบาลเมืองสมุทรสงครามเขาเล่าว่าก่อนเกิดเหตุนั้นเขากับครอบครัวรวมทั้งหมด 6 คนได้เดินทางไปเยี่ยมมารดาที่โรงพยาบาลราชบุรีและระหว่างทางกลับบ้านเค้าเรียกขับรถมาที่เกิดเหตุได้กลิ่นเหม็นโชยมาเรื่อยเข้าได้ตัดสินใจจอดรถแล้วลงมาดูก็พบว่ามีควันไฟพวยพุ่งออกมาจากใต้ท้องรถกับฝากระโปรงหน้ารถค่ะ แล้วตนได้รีบวิ่งเข้ามารุมผู้ชายคนเล็กวัย 1 ขวบเศษและจูงลูกสาววัย 4 ขวบลงจากรถและยังมีลูกสาวอีก 2 คนกับสามีรีบลงจากรถขนของหนีออกมาอย่างชุลมุน

และเพียงไม่กี่นาทีนั้น ก็ได้เกิดเปลวเพลิงลุกไหม้ขึ้นมาจากห้องเครื่องจึงได้มีการแจ้งโทรศัพท์ไปให้เจ้าที่รถดับเพลิงมาระงับเหตุและไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บค่ะ ซึ่งเธอได้บอกว่าได้เคยเห็นข่าวบ่อยครั้งแต่ว่าเมื่อประสบเหตุด้วยตนเองก็ตกใจสาเหตุคาดว่าจะเกิดจากเครื่องยนต์ร้อนจัดทำให้สายน้ำมันที่มีสภาพเก่าแตกและรั่วซึมออกมาจนเกิดเพลิงไหม้เนื่องจากรถคันนี้ได้มีการติดตั้งแก๊สมานานแล้วกว่า 5 ปีซึ่งครบกำหนดตรวจสภาพ 5 ปีแล้วแต่ว่าตนยังไม่มีเวลาไปตรวจเช็คจนกระทั่งเกิดเหตุดังกล่าวค่ะ