สาวถูกรถเก๋งชนแล้วหนีแต่ตำรวจโบ้ยไม่ให้แจ้งความถ้าไม่ได้มีภาพวงจรปิด

และในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาทางด้านผู้สื่อข่าวได้มีการรายงานว่านางกนกรัตน์ อายุ 51 ปีที่เป็นผู้เสียหายจากการที่รถเก๋งสีดำไม่ทราบทะเบียนรถได้ขับพุ่งชนขณะที่เดินอยู่ระหว่างทางเท้ากึ่งกับผิวถนนบริเวณหน้าร้านมินิมาร์ทในซอยธนะรัชต์ของตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

เพราะว่าได้ขับรถเก๋งสีดำคันดังกล่าวได้ขับรถหนีไปอย่างรวดเร็วจึงไม่ได้รับผิดชอบหรือลงมาแสดงตัวเพื่อที่จะขอโทษเลยในระหว่างมันได้มีพลเมืองดีได้ค่ะขี่รถจักรยานยนต์ติดตามรถเก๋งสีดำและได้จดทะเบียนไม่ชัดเจนจำได้แค่ตัวหลังคือ 7154 ค่ะ แล้วต่อมาผู้เสียหายได้แจ้งความกับเจ้าที่ตำรวจ

แต่ว่ากลับถูกเจ้าหน้าที่ปฏิเสธที่จะรับแจ้งความดำเนินคดีแค่ลงบันทึกประจำวันเท่านั้นระบุว่าถ้าจะดำเนินคดีกับผู้เสียหายให้นำภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุกับคลิปวิดีโอนี้ผู้เสียหายไปขอด้วยตัวเองแต่ว่าทะเบียนรถเห็นไม่ชัดจึงร้องมายังสำนักข่าวให้ช่วยในการตามหารถเก๋งสีดำคันดังกล่าวเนื่องจากผู้เสียหายนั้นได้รับบาดเจ็บค่ะ

ใกล้จบแล้วกับหวย 30 ล้าน ตำรวจออกมายันหลักฐานชัดมัดคนโกหกแน่นอน

และทางด้าน พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ซึ่งเป็นผู้บัญชาการสอบสวนกลางได้มีการเปิดเผยว่า ในขณะนี้ได้มีพยานหลักฐานมากพอที่จะสามารถชี้ได้ว่าใครนั้นคือคนโกหก และใครที่เป็นคนพูดความจริง ซึ่งถ้าหากนักจิตวิทยามองก็จะสามารถตอบได้ทันทีเลยว่าใครนั้นมีพิรุธ ต้องสงสัย เพราะว่าภาษาทางกายนั้นโกหกได้ยาก
แต่ว่าในเบื้องต้นคดีนี้ยังไม่พบว่ามีการทำกันเป็นขบวนการ เพียงแต่ว่าจะเกิดขึ้นในลักษณะของคนรู้จักกัน กับพวกเดียวกันที่ได้มีการช่วยเหลือกันเท่านั้นค่ะ ในส่วนของการสอบสวนของกองปราบฯที่อาจจะไม่สอดคล้องกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 7 ก็อาจจะเป็นเรื่องของประสบการณ์ทางคดีไม่อยากที่จะให้เกิดการตำหนิของเจ้าหน้าที่
ในขณะที่การสอบสวนเชิงลึกนั้นยังไม่พบตำรวจหรือว่าระดับยี่ปั้วที่มาเกี่ยวข้องด้วย อย่างไรก็ตามนั้นทางผู้บัญชาการสอบสวนกลางได้มีการฝากถึงประชาชนให้ช่วยดูเรื่องนี้นั้นเป็นกรณีศึกษา ทั้งทางผู้ซื้อและผู้ที่ได้แฝงตัวจะเลียนแบบพฤติกรรม ที่จะอ้างสิทธิ์ของผู้อื่นว่ามีความผิดตามกฏหมายนั้นเองค่ะ

สุดสลดรถบัส 2 ชั้นที่ฮ่องกงพลิกคว่ำเสียชีวิตกว่า 18 คน

และทางด้านสำนักข่าวต่างประเทศที่มีการรายงานว่าในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แจ้งการเกิดอุบัติเหตุรถบัส 2 ชั้นในขณะพาผู้ชมกับพนักงานกลับจากการแข่งม้าพลิกคว่ำบริเวณริมถนนไต้โป ของเขตNew territories ของเกาะฮ่องกงซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตทันที 18 คนและบาดเจ็บอีกกว่า 50 คนค่ะ ทำการผู้โดยสารที่รอดชีวิตได้กล่าวว่าการเกิดเหตุคนขับรถขับรถบรรทุกความเร็ว

ซึ่งผู้โดยสารอยู่เต็มคันรถ และจู่ๆนั้นก็พลิกคว่ำอย่างรวดเร็วบางคนต้องปีนหนีออกจากรถแต่บางคนได้รับบาดเจ็บติดอยู่ในรถทำให้ต้องนอนรอเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้มาช่วยตัดเหล็กหลังคาให้ภาพออกจากซากรถไปค่ะ ทางด้านเจ้าหน้าที่ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 18 คนเป็นชาย 15 คนหญิงอีก 3 คนผู้บาดเจ็บมีอาการสาหัส 19 คนตำรวจได้จับกุมคนขับรถบัสตั้งข้อหาขับรถโดยประมาท

เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายค่ะ สำหรับอุบัติเหตุบนท้องถนนครั้งที่แรงที่สุดนับจากปี 2546 ที่มีผู้เสียชีวิต 21 คนเกิดขึ้นใกล้ช่วงเทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึงในช่วงสัปดาห์หน้าและทางด้านหัวหน้าคณะบริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกงได้กล่าวแสดงความเสียใจและเดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลค่ะ

สหรัฐอเมริกาออกมาเสนอชื่อ โจชัว หว่อง และพรรคพวกในการชิงรางวัลโนเบล

และทางด้านกลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยของฮ่องกงที่ได้รับการเสนอชื่อในการชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพของปีนี้ โดยที่ประกอบไปด้วยนายโจชัว หว่อง อายุ 21 ปี นาธาน เหลา อายุ 24 ปี อเล็กซ์ เจา อายุ 27 ปี และทั้งหมดนั้นก็เป็นแกนนำสำคัญในการต่อสู้เพื่อที่จะเรียกร้องประชาธิปไตยที่ฮ่องกงมาตั้งแต่ในปี 2557 โดยที่ ส.ส.สหรัฐฯ ทั้งจากของพรรครีพับลิกัน พรรคเดโมแครต

หลายสิบคนก็ได้มีการลงนามเห็นชอบว่านักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยของฮ่องกงทั้ง 3 คนนั้นก็เป็นผู้สมควรที่เขานั้นจะได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพของปีนี้ค่ะ โดยจากการที่ระบุว่าพวกเขานั้นได้พยายามอย่างสันติที่จะทำการปฏิรูปการเมืองเพื่อที่จะกำหนดอนาคตของฮ่องกงด้วยตัวพวกเขาเองค่ะ และก็คาดว่าการที่ทาง ส.ส.สหรัฐฯ ได้มีการนำเสนอชื่อนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยฮ่องกง

เป็นผู้เข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพของปีนี้ ก็ได้สร้างความไม่พอใจให้กับทางรัฐบาลจีนโดยที่ โจชัว หว่อง เขาก็ได้ให้สัมภาษณ์กับทางสำนักข่าวรอยเตอร์สในความรู้สึกที่เขานั้นได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลที่ว่า น่าจะทำให้พวกเขานั้นมีอำนาจในการเจรจาต่อรองกับทางรัฐบาลจีนได้มากขึ้นด้วย รวมทั้งยังแสดงให้เห็นว่าการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของคนยุคใหม่ก็ยังคงดำเนินต่อไปด้วย แม้ว่าพวกเขานั้นจะถูกตัดสินที่จำคุกหรือว่าตัดสิทธิทางการเมืองก็ตามค่ะ