แพทย์จีนหักหลอดยาวกว่า 1000 หลอดใช้เวลา 12 ชั่วโมงช่วยชีวิตคนไข้

ทางด้านสำนักข่าวประเทศจีนได้มีการรายงานว่าเวลาประมาณ 19:00 น. ในวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้น ได้มีผู้ป่วยรายหนึ่งถูกส่งตัวเข้าห้องไอซียูของโรงพยาบาลในเครือข่ายมหาวิทยาลัยซ่านโถว ของมณฑลกวางตุ้งเค้าจะรับสารพิษไดคลอร์วอส เป็นสารพิษจากยาฆ่าแมลงและเวลานั้นผู้ป่วยที่หมดสติไปทั้งยังเป็นสถานการณ์ที่อันตรายแพทย์จำเป็นจะต้องใช้ยาอะโทรปีน ในปริมาณ 400 มิลลิกรัม

เพื่อที่จะฉีดรักษาให้ผู้ป่วยทุกชั่วโมงค่ะ แต่ว่าแอมใส่ยาทางโรงพยาบาลนั้นมีขนาด 0.5 มิลลิกรัม/ 1 มิลลิลิตรเท่านั้นค่ะ จนทำให้แพทย์และพยาบาลกับเจ้าที่ของโรงพยาบาลแปดคนได้ช่วยกันใช้มือหักหลอดแอมป์ยาทั้งหมด 8000 หลอด เพื่อนสัตว์ดูดยาไปฉีดรักษาผู้ป่วยเป็นเวลาต่อเนื่องกว่า 12 ชั่วโมง

จึงจะได้ปริมาณยาครบแพทย์หลายคนถูกหลอดแอมป์ยาบาดมือจะเลือดออกค่ะ สำหรับการหักแอมป์แล้วเมื่อถูกบาทเป็นเรื่องปกติแต่ครั้งนี้เป็นเหตุการณ์เร่งด่วนต้องใช้ยาในปริมาณที่มากเพื่อที่จะช่วยชีวิตผู้ป่วยจึงเป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างจะพิเศษค่ะ และเมื่อเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไปต่างก็มีคนเข้ามาชื่นชมกันเป็นจำนวนมากเลยค่ะ

พ่อแทบทรุดลูกวัย 5 ขวดฉีดเงิน 50,000 หยวนทิ้ง

ทางด้านสำนักข่าวประเทศจีนได้มีการรายงานว่าในวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้น ได้มีนายเกาเป็นชาวบ้านคนหนึ่งของเมืองชิงเต่า มณฑลกวางตุ้ง เค้าต้องช็อคหลังจากกลับบ้านมาพบว่าลูกวัยห้าขวบได้เอาเงินสดกว่า 50,000 หยวนหรือว่าประมาณ 250,446 บาทมาฉีกเล่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยทำให้เขาต้องหอบเสร็จเงินไปธนาคาร แต่ว่าได้รับแจ้งกลับมาว่าแลกเปลี่ยนไม่ได้ได้สร้างความหนักใจให้กับเขาเป็นอย่างมาก

เค้าได้เผยว่าหลังจากได้พบเหตุการณ์นี้เค้าได้ต่อว่าลูกไปแต่ก็ไม่ได้พูดตำหนิมากเพราะถึงอย่างไรลูกก็ยังเล็กไม่รู้เรื่องเค้าได้ลองพยายามนำเศษเงินมาเรียงต่อกันแต่ก็เพราะว่าอยากจนเกินไปโดยปกติเค้าทำอาชีพค้าขายเงินก้อนนี้เก็บว่าซื้อขายสินค้าซึ่งเค้าก็ไม่คิดว่าจะกลายเป็นแบบนี้ รายงานระบุว่าเขาได้ทำเสร็จเงินใส่ถุงพลาสติกป้องกันไม่ให้เศษเงินนั้นหล่นหายแล้วนำไปธนาคาร

เพื่อให้ช่วยเหลือหลังจากคิดไม่ได้ก่อนหน้านี้เคยอ่านเจอในหนังสือพิมพ์บอกว่าเงินธนบัตรฉีกขาดเสียหายสามารถนำไปเปลี่ยนกับทางธนาคารได้ และทางธนาคารได้แจ้งว่าไม่สามารถเปลี่ยนเงินจำนวนนั้นได้ทั้งหมด นายเกาต้องการที่จะแลกเปลี่ยนจำนวนเงินจึงนำกับมานั่งต่อกว่า 2 ชั่วโมงแต่ก็ไม่คืบหน้าเลยค่ะ

สาวอินเดียบุกลักพาตัวเจ้าบ่าวกลางงานแต่ง

สำหรับคดีแปลกที่น่าตื่นเต้นคล้ายกับพล็อตของภาพยนตร์บริบทของอินเดียเมื่อทางด้านวาร์ซา ซาฮู ซึ่งเธอเป็นสาวอินเดียได้บุกเข้าไปในงานแต่งงานและขอบคุณที่รักพาผัวก็บอกในระหว่างที่กำลังกล่าว

คำสาบานกับเจ้าสาวและได้พาขึ้นรถขับออกไปค่ะ ภายหลังตำรวจได้จับกุมเธอแล้วเธอบอกว่าจะบอกเป็นคนรักของเธอที่รู้จักกันมากกว่า 8 ปี ซึ่งเธอได้โกรธแค้นที่แฟนหนุ่มต้องแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น

และได้อ้างว่าฝ่ายชายก็ไม่ได้อยากจะเข้าร่วมพิธีแต่งงานในครั้งนี้ด้วย และในตอนนี้เธอก็ยังไม่ยอมปริปากบอกว่ารักพาตัวฝ่ายชายไปซ่อนไว้ที่ไหนงานนี้ได้สร้างความปวดหัวให้กับตำรวจแดนภารตะเป็นอย่างมากที่จะต้องสอบปากคำกันต่อไปค่ะ

หนุ่มทำเซอร์ไพรซ์หอบสินสอดขอแฟนสาวแต่งงานที่หน้าห้าง

ทางด้านสำนักข่าวประเทศจีนได้มีการรายงานถึงภาพที่น่ายินดีของคู่รักคู่หนึ่ง เป็นอย่างมากหลังจากที่ฝ่ายชายได้เซอร์ไพรซ์ด้วยการขอฝ่ายหญิงแต่งงานที่หน้าศูนย์การค้าแห่งหนึ่งท่ามกลางสักขีพยานมากมายที่สำคัญเค้ายังไม่หอบสินสอดมาสู่ขอหลายสิบล้านหยวนเลยค่ะ รายงานระบุว่าเสียงเชียร์ได้ปรบมือแสดงความยินดีมีผู้คนมากมายอยู่บริเวณหน้าศูนย์การค้าย่านใจกลางเมืองอี้อู มณฑลเจ้อเจียง

และทันทีที่หญิงสาวได้ตอบตกลงแฟนหนุ่มก็ได้ surprise ด้วยการคุกเข่าขอแต่งงานที่กลางสาธารณะคล้ายกับช่างโรแมนติกในหนังรักกันเลย ใช่หญิงคู่รักคู่นี้ได้คบหาดูใจกันมาหลายปีฝ่ายชายได้เซอร์ไพรซ์ให้กับแฟนสาวโดยที่เธอไม่รู้เค้าได้วางแผนกับญาติและเพื่อนเพื่อนได้มาดักรอที่หน้าศูนย์การค้าจัดเตรียมเทียนและโรยกุหลาบเป็นทางเดินออกมาจากประตูห้าพร้อมกับถือป้ายไฟและจัดแสงสีเสียงได้อย่างสมบูรณ์มากๆ

ฝ่ายชายเขาได้รับฝ่ายสาวมาเดทและพามาดูหนังที่ศูนย์การค้าแห่งนี้เมื่อหนังจบเธอก็เดินออกมาจากห้างแล้วได้พบกับสิ่งที่ประหลาดใจฝ่ายชายพร้อมกับกุหลาบช่อโตคุกเข่าโชว์แหวนเพชรและขอเธอแต่งงาน กับบรรยากาศของความสุขสมได้มีการแชร์ในโลกออนไลน์ผู้คนแสดงความยินดีกับคู่รักคู่นี้และฝ่ายชายยังได้หอบสินสอดกล่องใหญ่หลาย สิบล้านหยวนพร้อมกับข้าวของเครื่องใช้โทรศัพท์มือถือแทบเลทมาสู่ขอเจ้าสาวอีกด้วย

เหยี่ยวแดงโฉบตาเด็กเด็กและชาวบ้านขวัญเสีย

ในช่วงสายของวันที่ 9 พฤษภาได้มีผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ได้มีเกี่ยวแดงที่ดุร้ายทำร้ายชาวบ้านและเด็กบริเวณบ้านโค้งหัวด่านอำเภอขลุงจังหวัดจันทบุรี ชาวบ้านไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเพราะไม่อยากให้ทำร้ายเหยี่ยวแดงตัวนี้จึงอยากให้ช่วยเหลือและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มาจับเหยี่ยวแดงไปไว้ที่อื่น เมื่อได้รับแจ้งก็เลยลงพื้นที่พบชาวบ้านและเด็กที่ถูกทำร้ายมีบาดแผลที่ถูกเหยี่ยวแดงทำร้ายชาวบ้านได้เราว่า

เหยียวแดงตัวนี้ดุร้ายชอบบินมาหากินบริเวณนี้ ซึ่งบริเวณนี้ก็จะมีเด็กและผู้คนออกกำลังกายเป็นประจำมักจะถูกทำร้ายจนผู้ปกครองหาหมวกกันน็อกมาให้เด็กใส่เพื่อป้องกัน และได้มีคนเคยโดนเหยี่ยวแดงจิตลูกสาวบัตรเจ็ดได้กล่าวว่าตนเองได้ออกมาเล่นฟุตบอล ตอนเย็นทุกวันและได้มีเหยี่ยวแดงมาเกาะบริเวณนี้ หรือจังหวะเผลอๆจะโดนบินมาถูกษาถูกหัวเป็นอันตรายเป็นอย่างมาก

และคิดว่าน่าจะเป็นเดี่ยวที่มีคนเลี้ยงไหวและปล่อยออกมาหากินตามธรรมชาติถ้าหากปล่อยไว้นานต้องเกิดอันตรายแก่ชาวบ้านและเด็กอีกอย่างแน่นอนและมีเยาวชนสามคนที่เพิ่งโดนไปล่าสุดชาวบ้านต้องหาหมวกกันน็อคมาใส่เวลาเดินเล่นและขี่จักรยานออกกำลังกาย ทางด้านชาวบ้านจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยจับเหยี่ยวแดงตัวนี้ออกไป

พ่อนายสิบยืนยันหนุ่มใหญ่หอบสินสอดขอลูกชายแต่งงาน

จากที่ในโลกโซเชียลที่มีการแชร์เรื่องราวนมใหญ่เจ้าของธุรกิจได้มีการหอบสินสอดขอหนุ่มตำรวจยศสิบตำรวจตรีแต่งงานนั้นล่าสุดถามว่าผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่ตำบลป่าสังข์อำเภอจตุพักพิมานจังหวัดร้อยเอ็ด ที่เป็นบ้านของสิบตำรวจตรีธนเดชตำรวจประจำสถานีตำรวจภูธรวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ซึ่งผู้สื่อข่าวได้พบกับนายโสภาและนางเทวีพ่อและแม่ของสิบตำรวจตรีธนเดช และนายโสภาได้กล่าวว่าลูกชายมีหนุ่มใหญ่นักธุรกิจได้หอบสินสอดมาสู่ขอและจัดงานแต่งงานเป็นความจริงกำหนดวันที่ 10 พฤษภาคมจะถึงนี้จะใช้สถานที่บ้านหลังนี้เป็นที่จัดงานในส่วนของเรื่องรายละเอียดต่างๆตนเองและภรรยาไม่ทราบเท่าไหร่

เพราะลูกชายเป็นคนจัดการเองตนเองทราบเพียงแค่ว่าหนุ่มใหญ่ที่จะมาแต่งงานกับลูกเป็นหนุ่มนักธุรกิจเป็นคนจังหวัดยโสธร และทางด้านผู้บังคับบัญชาของสิบตำรวจตรีธนเดชก็ได้กล่าวว่าสิบตำรวจตรีธนเดชได้เข้ามาลาเพื่อไปแต่งงานที่จังหวัดร้อยเอ็ดด้วยตนเองก็ได้อนุญาตเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ

วิศวะเครนถล่มโดดมอบตัวกลางดึกแล้ว

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจดอนเมืองได้มีการเปิดเผยว่าในช่วงกลางดึกที่ผ่านมานรัฐกน จิตศรีพิทักษ์เลิศ ซึ่งเป็นวิศวะก่อนผู้ที่ควบคุมงานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงบางซื่อ-รังสิต ของการรถไฟแห่งประเทศไทยจากกรณีที่คาเล็กตอร์หล่นทับคนงานจนเสียชีวิตสามคนในวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา

บริเวณถนนกำแพงเพชรหกหน้าโรงเรียนวัดดอนเมืองได้มีการเข้ามามอบตัวรับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้นายพรชัย เบ้าทุมมาอายุ 37 ปีซึ่งเป็นชาวจังหวัดขอนแก่นเป็นคนขับรถเครนและนายบุญสืบ ผ่านคำอายุ 48 ปีเป็นคนจังหวัดสระบุรี เป็นผู้ช่วยวิศวกรควบคุมงานได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว

ทางด้านเจ้าที่ได้แจ้งข้อหานรถก่อนในข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งหลังจากรับทราบข้อกล่าวหาเค้าได้ยินหลักทรัพย์ขอประกันตัวเป็นเงิน 150,000 บาท ทางด้านเจ้าที่เรื่องรวบรวมพยานหลักฐานก่อนสรุปสำนวนดำเนินคดีต่อไป