ใกล้จบแล้วกับหวย 30 ล้าน ตำรวจออกมายันหลักฐานชัดมัดคนโกหกแน่นอน

และทางด้าน พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ซึ่งเป็นผู้บัญชาการสอบสวนกลางได้มีการเปิดเผยว่า ในขณะนี้ได้มีพยานหลักฐานมากพอที่จะสามารถชี้ได้ว่าใครนั้นคือคนโกหก และใครที่เป็นคนพูดความจริง ซึ่งถ้าหากนักจิตวิทยามองก็จะสามารถตอบได้ทันทีเลยว่าใครนั้นมีพิรุธ ต้องสงสัย เพราะว่าภาษาทางกายนั้นโกหกได้ยาก
แต่ว่าในเบื้องต้นคดีนี้ยังไม่พบว่ามีการทำกันเป็นขบวนการ เพียงแต่ว่าจะเกิดขึ้นในลักษณะของคนรู้จักกัน กับพวกเดียวกันที่ได้มีการช่วยเหลือกันเท่านั้นค่ะ ในส่วนของการสอบสวนของกองปราบฯที่อาจจะไม่สอดคล้องกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 7 ก็อาจจะเป็นเรื่องของประสบการณ์ทางคดีไม่อยากที่จะให้เกิดการตำหนิของเจ้าหน้าที่
ในขณะที่การสอบสวนเชิงลึกนั้นยังไม่พบตำรวจหรือว่าระดับยี่ปั้วที่มาเกี่ยวข้องด้วย อย่างไรก็ตามนั้นทางผู้บัญชาการสอบสวนกลางได้มีการฝากถึงประชาชนให้ช่วยดูเรื่องนี้นั้นเป็นกรณีศึกษา ทั้งทางผู้ซื้อและผู้ที่ได้แฝงตัวจะเลียนแบบพฤติกรรม ที่จะอ้างสิทธิ์ของผู้อื่นว่ามีความผิดตามกฏหมายนั้นเองค่ะ

สุดสลดรถบัส 2 ชั้นที่ฮ่องกงพลิกคว่ำเสียชีวิตกว่า 18 คน

และทางด้านสำนักข่าวต่างประเทศที่มีการรายงานว่าในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แจ้งการเกิดอุบัติเหตุรถบัส 2 ชั้นในขณะพาผู้ชมกับพนักงานกลับจากการแข่งม้าพลิกคว่ำบริเวณริมถนนไต้โป ของเขตNew territories ของเกาะฮ่องกงซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตทันที 18 คนและบาดเจ็บอีกกว่า 50 คนค่ะ ทำการผู้โดยสารที่รอดชีวิตได้กล่าวว่าการเกิดเหตุคนขับรถขับรถบรรทุกความเร็ว

ซึ่งผู้โดยสารอยู่เต็มคันรถ และจู่ๆนั้นก็พลิกคว่ำอย่างรวดเร็วบางคนต้องปีนหนีออกจากรถแต่บางคนได้รับบาดเจ็บติดอยู่ในรถทำให้ต้องนอนรอเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้มาช่วยตัดเหล็กหลังคาให้ภาพออกจากซากรถไปค่ะ ทางด้านเจ้าหน้าที่ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 18 คนเป็นชาย 15 คนหญิงอีก 3 คนผู้บาดเจ็บมีอาการสาหัส 19 คนตำรวจได้จับกุมคนขับรถบัสตั้งข้อหาขับรถโดยประมาท

เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายค่ะ สำหรับอุบัติเหตุบนท้องถนนครั้งที่แรงที่สุดนับจากปี 2546 ที่มีผู้เสียชีวิต 21 คนเกิดขึ้นใกล้ช่วงเทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึงในช่วงสัปดาห์หน้าและทางด้านหัวหน้าคณะบริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกงได้กล่าวแสดงความเสียใจและเดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลค่ะ

สหรัฐอเมริกาออกมาเสนอชื่อ โจชัว หว่อง และพรรคพวกในการชิงรางวัลโนเบล

และทางด้านกลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยของฮ่องกงที่ได้รับการเสนอชื่อในการชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพของปีนี้ โดยที่ประกอบไปด้วยนายโจชัว หว่อง อายุ 21 ปี นาธาน เหลา อายุ 24 ปี อเล็กซ์ เจา อายุ 27 ปี และทั้งหมดนั้นก็เป็นแกนนำสำคัญในการต่อสู้เพื่อที่จะเรียกร้องประชาธิปไตยที่ฮ่องกงมาตั้งแต่ในปี 2557 โดยที่ ส.ส.สหรัฐฯ ทั้งจากของพรรครีพับลิกัน พรรคเดโมแครต

หลายสิบคนก็ได้มีการลงนามเห็นชอบว่านักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยของฮ่องกงทั้ง 3 คนนั้นก็เป็นผู้สมควรที่เขานั้นจะได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพของปีนี้ค่ะ โดยจากการที่ระบุว่าพวกเขานั้นได้พยายามอย่างสันติที่จะทำการปฏิรูปการเมืองเพื่อที่จะกำหนดอนาคตของฮ่องกงด้วยตัวพวกเขาเองค่ะ และก็คาดว่าการที่ทาง ส.ส.สหรัฐฯ ได้มีการนำเสนอชื่อนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยฮ่องกง

เป็นผู้เข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพของปีนี้ ก็ได้สร้างความไม่พอใจให้กับทางรัฐบาลจีนโดยที่ โจชัว หว่อง เขาก็ได้ให้สัมภาษณ์กับทางสำนักข่าวรอยเตอร์สในความรู้สึกที่เขานั้นได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลที่ว่า น่าจะทำให้พวกเขานั้นมีอำนาจในการเจรจาต่อรองกับทางรัฐบาลจีนได้มากขึ้นด้วย รวมทั้งยังแสดงให้เห็นว่าการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของคนยุคใหม่ก็ยังคงดำเนินต่อไปด้วย แม้ว่าพวกเขานั้นจะถูกตัดสินที่จำคุกหรือว่าตัดสิทธิทางการเมืองก็ตามค่ะ

รองผอ.เอฟบีไอได้ลาออก หลังจากเจอทรัมป์ป้ายสีว่าฝักใฝ่พรรคตรงข้าม

และทางด้านทำเนียบขาวได้มีการยืนยันข่าวในการลาออกจากตำแหน่งของ นายแอนดรูว์ แม็กเคบ ที่เป็นรองผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนแห่งสหรัฐ เอฟบีไอ เป็นการลาออกก่อนที่จะถึงกำหนดในการเกษียณอายุของการทำงานเพียงแค่ไม่กี่เดือน โดยที่นายแม็กเคบนั้นก็มีการกำหนดเกษียณอายุในการทำงานของวันที่ 18 มีนาคมนี้ โดยได้หยุดการทำงานไปแล้ว แต่ว่ายังคงได้รับเงินเดือนต่อไปจนถึงเดือนมีนาคมค่ะ

เพื่อที่เขานั้นจะได้ไม่สูญเสียผลประโยชน์กับสวัสดิการในการเกษียณอายุ ทาง เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ ได้มีการรายงานว่า นายแม็กเคบนั้นถูกนายคริสโตเฟอร์ เรย์ ผู้อำนวยการเอฟบีไอ กดดันเพื่อให้ลาออก และเขานั้นยังถูกนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้กล่าวหาว่าเขานั้นมีแนวโน้มที่จะฝักใฝ่พรรคเดโมแครต และยังขาดความเป็นกลางทางการเมือง

โดยที่แม็กเคบได้ขึ้นมาเป็นรักษาการผู้อำนวยการของเอฟบีไอในเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว หลังจากที่นายเจมส์ โคมีย์ ผู้อำนวยการเอฟบีไอคนก่อนได้ถูกนายทรัมป์นั้นปลดออกจากตำแหน่ง ก่อนที่ทรัมป์นั้นจะแต่งตั้ง คริสโตเฟอร์ เรย์ ให้เข้ามาเป็นผู้อำนวยการคนใหม่ของเอฟบีไอ ทั้งนี้ทางทำเนียบขาวยังปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการตัดสินใจของการลาออกของนายแม็กเคบค่ะ

สาวขับเก๋งเสียหลักพุ่งลงคลองสามีช่วยปั๊มหัวใจแต่ยื้อไม่ได้

และทางด้านผู้ศึกษาได้มีการรายงานว่าที่สถานีตำรวจเวฬุวัน อำเภอเมืองขอนแก่น ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนก่อนจะเสียหลักตกลงไปในคลองชลประทานทำให้มีผู้เสียชีวิตที่คลองชลประทานบ้านอัมพวัน อำเภอเมืองจังหวัดขอนแก่น ได้พบรถเก๋งโตโยต้ารุ่นอัลติสที่จมลงในคลองชลประทานที่มีน้ำเต็มคลองลึกประมาณ 2.5 เมตรค่ะ

และห่างกันบนถนนพบรถเก๋ง Honda City เรือนริมฝั่งคลองชลประทานพบศพนางสาวเพชรดาวอายุ 31 ปีสภาพสวมเสื้อยืดสีดำกางเกงยีนส์ค่ะ เมื่อได้สอบสวนสามีผู้เสียชีวิตโดยทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้ขับรถเก๋งออกมาจากบ้านเพื่อจะไปรับลูกที่โรงเรียน

เมื่อถึงที่เกิดเหตุเป็นทางโค้งด้วยชนกับรถเก๋งคู่กรณีก่อนจะเสียหลักตกลงไปในคลองชลประทานที่มีน้ำเต็มคลองถึงแม้ว่าชาวบ้านกับหน่วยกู้ชีพจะช่วยเหลือแต่ไม่สามารถช่วยชีวิตได้เพราะจมน้ำเป็นเวลานานหลายนาทีหลังเกิดเหตุตนเองได้รีบมาช่วยปั๊มหัวใจแต่ก็ไม่สามารถจะยืดชีวิตได้ค่ะ

ตำรวจสหรัฐไม่ปักใจเชื่อว่าเกือบทั้ง 13 คนที่ถูกจับขังอาจจะไม่ใช่พี่น้องกัน

ทางด้านสำนักข่าวต่างประเทศได้มีการรายงานในกรณีที่นายเดวิด อัลเลน เทอร์พิน วัย 57 ปีกับนางหลุยส์ อันนาเทอร์พิน วัย 49 ปีที่เป็นพ่อแม่ชาวอเมริกันเล่นกันกระทั่งเด็ก 13 คนไว้ในบ้านที่เมืองเพอร์ริส รัฐแคลิฟอร์เนียตำรวจได้เข้าช่วยเหลือเด็กในวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมาค่ะ ล่าสุดทางด้านตำรวจทีมสอบสวนได้มีการตรวจดีเอ็นเอให้ฉันว่าเด็กทั้ง 13 คนที่ช่วยเหลือมาเป็นพี่น้องสายเลือดหรือไม่

และตำรวจในเขตพื้นที่ก็ยังพิจารณาจัดส่งสุนัขตำรวจเข้าไปยังบ้านของผู้ต้องหาทั้งสองคนเพื่อที่จะสำรวจว่ามีร่องรอยร่างของเด็กคนอื่นที่อยู่ในบ้านอีกหรือ และเด็กๆทั้ง 13 คนนั้นมีอายุตั้งแต่ 2 ขวบถึง 29 ปีผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตวิทยาได้เผยว่าต้องอาศัยเวลาในการเยียวยาและฟื้นฟูสภาพจิตใจเป็นอย่างมาก

เนื่องจากเด็กถูกกระทำมาเป็นเวลานานขาดการพัฒนาหลายด้านไม่รู้จักโลกภายนอกโดยมีเพียงเด็ก 2 ขวบที่น่าจะเยียวยาได้ง่ายที่สุดค่ะ และทุก 2 คนยังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาในการขึ้นศาลแคลิฟอร์เนียตั้งแต่ครั้งแรกในวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมาและต้องกลับมาขึ้นศาลอีกครั้งในวันที่ 23 กุมภาพันธ์นี้ค่ะ

แผ่นดินไหว 5.9 ที่เมียนมาและสั่นสะเทือนถึงเชียงใหม่-กทม.

ในวันที่ 12 ม.ค. เวลา 01.26 น. ของช่วงกลางดึกที่ผ่านมาได้มีการรายงานเหตุแผ่นดินไหวขนาด 5.9 ตามมาตราแมกนิจูด ที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมา กับจุดศูนย์กลางของการเกิดแผ่นดินไหวนั้นอยู่ในทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ห่างออกไปประมาณ 225 กิโลเมตร ทำให้ประชาชนในประเทศไทยนั้นรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนในครั้งนี้โดยที่หลายๆจังหวัดของภาคเหนือ ทางสำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหวกรมอุตุนิยมวิทยาได้รายงานว่า ในวันที่ 12 มกราคม 2561 กับเวลา 01.26 น.

ก็ได้เกิดแผ่นดินไหวที่จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณประเทศเมียนมา ในบริเวณละติจูด 18.39 องศาเหนือ ลองจิจูด 96.06 องศาตะวันออก กับความรุนแรงขนาด 5.9 ตามมาตราแมกนิจูด ที่ลึกจากพื้นดินก็ประมาณ 10 กิโลเมตร ในเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้นั้นยังอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประมาณ 225 กิโลเมตร พร้อมกับได้มีการรับแจ้งความรู้สึกสั่นไหวของประชาชนในพื้นที่เชียงใหม่กับพื้นที่ใกล้เคียง

ทำให้โคมไฟระย้านั้นแกว่งไหว ในขณะที่อาคารสูงที่กรุงเทพมหานครนั้นก็ยังรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้เเหมือนกัน ขณะที่ยังไม่มีการรายงานในความเสียหายจากพื้นที่ใกล้จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวที่ประเทศเมียนมา ก็ยังอยู่ไม่ไกลจากนครย่างกุ้งมากนักแต่ว่าหลังจากเหตุแผ่นดินไหวดังกล่าวก็ยังมีอาฟเตอร์ช็อกและเมนช็อกสั่นไหวตามมาอีกหลายระลอกเลยด้วยค่ะ

สุดสลดแม่มะกันถอยรถไม่ทันเห็นลูกชายวัย 1 ขวบก่อนทับดับ

และในวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมาทางด้านเว็บไซต์เดลิเมล์ที่มีการรายงานว่าได้เกิดเหตุสลดในขณะที่คุณแม่ท่านหนึ่งที่อยู่บริเวณรัฐลุยเซียนาของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ถอยรถยนต์อยู่เลยหน้าบ้านไม่ทันจะสังเกตเห็นลูกชายวัย 1 ขวบทำให้รถทับจนลูกชายเสียชีวิตค่ะ แล้วทำด้านในอำเภอได้กล่าวว่าเวลาประมาณ 09:40 น.

ของวันที่ 3 ธันวาคมตามเวลาท้องถิ่นนั้นได้รับแจ้งว่ามีประชาชนได้ยินเสียงตะโกนร้องและเสียงร่ำไห้เจ้าที่ได้ไปตรวจสอบก็พบคุณแม่วัย 35 ปีที่ถอยทับลูกชายวัย 1 ขวบค่ะ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเด็กชายที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและแพทย์ได้ประกาศว่าเด็กชายที่เสียชีวิต

ทางด้านเจ้าหน้าที่ได้ชื่อว่าเด็กชายนั้นได้เดินตามผู้เป็นแม่ออกมาจากบ้านด้วยความที่ไม่รู้ และมีการเผยอีกว่าไม่ได้มีการฟ้องร้องในคดีกับคุณแม่คนดังกล่าวเพราะว่าอุบัติเหตุดีก็ได้ไม่มีความสงสัยซึ่งก็เป็นโศกนาฏกรรมที่คนในชุมชนและครอบครัวนี้จะต้องระมัดระวังให้มากขึ้นในขณะที่เกิดเหตุลูกชายคนที่สองกับ

พายุเทมบิง ส่งผลให้ไทยนั้นเกิดภาวะฝนควบหนาว

แล้วทางด้านสถาบันสารสนเทศน้ำและการเกษตรกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้เผยจำลองสภาพอากาศได้พบว่าอิทธิพลของพายุเทมบิง ทำให้ประเทศไทยตอนบนนั้นมีฝนตกในวันที่ 26 ถึง 27 ธันวาคมก็ยังมีฝนตกปอยๆอย่างต่อเนื่องด้วยค่ะ โดยที่ระหว่างวันที่ 27-28 ธันวาคม นั้นมีบริเวณความกดอากาศสูงแผ่ลงมาทางตอนเหนือของประเทศไทย ทำให้อุณหภูมินั้นลดลงพร้อมทั้งมีฝนตกเกิดขึ้นเกือบทุกภาคเลย เรียกได้ว่าภาวะฝนควบหนาว ในวันที่ 26 ธันวาคมนั้นกทม.ก็จะมีฝนตกตั้งแต่ช่วงกลางคืนไปจนถึงเช้าของวันที่ 27 และยังตกเล็กน้อยถึงปานกลาง

แต่ว่าจะตกต่อกันอย่างต่อเนื่องได้ตลอดทั้งวัน โดยที่ในช่วงเช้าวันที่ 27 คาดว่าที่กทม.จะมีอุณหภูมิอยู่ประมาณ 20 องศาหรือว่าจะต่ำกว่านั้น และยังมีฝนตกควบคู่กันกับพายุโซนร้อน เทมบิง TEMBIN ในบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางก็กำลังเคลื่อนตัวไปในทิศตะวันตก คาดว่ายังมีการเคลื่อนตัวผ่านทางตอนใต้ของประเทศเวียดนามของวันนี้ และยังมีแนวโน้มที่จะอ่อนกำลังลงไปเป็นพายุดีเปรสชันและก็เป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ทั้งนี้เนื่องจากพายุเคลื่อนที่ได้มาปะทะกับอากาศเย็นที่ไปปกคลุมประเทศไทย

จึงจะทำให้อ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะเคลื่อนตัวลงไปสู่อ่าวไทยและภาคใต้ของประเทศไทยด้วยค่ะ โดยที่ในช่วงของวันที่ 26-27 ธันวาคม 2560 จะทำให้ภาคใต้นั้นมีฝนตกหนักในบางพื้นที่ เราก็ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้นั้นจะต้องระวังอันตรายจากสภาวะฝนตกหนักกับฝนที่ตกสะสมมา ในส่วนคลื่นลมในอ่าวไทยนั้นจะมีกำลังแรง โดยที่จะมีคลื่นสูง 2-4 เมตร สำหรับชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กนั้นควรที่จะงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าวด้วยนะคะ

หนุ่มศรีสะเกษขอผ่อนจ่ายญาติเบิกเงิน 90000 ทำศพแต่ตัวเองยังไม่ตาย

และในวันที่ 21 ธันวาคม นายเจริญ เหล็กดี ที่เป็นพี่เขยของนายสาคร สาชีวะ ได้เดินทางมาพบกับปลัดอำเภอฝ่ายทะเบียนอำเภอโนนคูณให้มีการยกเลิกใบมรณะบัตรขึ้นสิทธิ์ให้กับนายสาครและให้ถ่ายบัตรประชาชนใหม่ต่อไปค่ะ เนื้อเรื่องของเงินประกันสังคมที่ทางญาติของนายสาครได้รับเพื่อทำศพจำนวนกว่า 90000 บาทนายพรชัยวงศ์

ที่เป็นนายอำเภอโนนคูณได้เผยว่าจะช่วยในการประสานงานสำนักงานประกันสังคมจังหวัดเพื่อขอความช่วยเหลือเยียวยาให้กับญาติของนายสาครเพราะว่าไม่ใช่ความผิดของฝ่ายใดดังนั้นจึงควรมาร่วมกันแก้ไขปัญหาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนค่ะ นอกจากนี้แล้วเงินสงเคราะห์ที่ช่วยค่าทำศพคลอง 3 หมู่บ้านจำนวนกว่า 50000 บาท

ที่ได้นำเอามาช่วยงานศพของนายสาครซึ่งจะได้คุยกับทางผู้ใหญ่บ้านทั้ง 3 หมู่บ้านถือว่าเป็นการทำบุญให้ศพที่นำเอามาเผาไฟแล้วเพราะว่าเงินทั้งหมดที่รับมาก็ทำบุญไปหมดแล้วค่ะ และนายสาครบอกว่าหาประกันสังคมจังหวัดศรีสะเกษจะเรียกเงินคืน 90000 บาทก็คงจะต้องใช้ด้วยวิธีผ่อนจ่ายค่ะ